NV สยายปีกธุรกิจ OEM เปิดตัว 3 พันธมิตรใหม่ ดันพอร์ตรายได้ปี 65 โต 15-20%

24 กุมภาพันธ์ 2565

NV รุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เปิดตัว 3 พันธมิตรเสริมแกร่งธุรกิจ OEM พร้อมเร่งเครื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีส่วนผสมพืชสมุนไพรไทย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ ตอกย้ำผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทย หวังดันรายได้ปี 65 โต 15-20%

นายนวพล จันทร์จุฑามาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนวา ออร์แกนิค จำกัด (มหาชน) หรือ NV ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ DONUTT, LIVNEST รวมถึงแบรนด์อื่นๆ และรับจ้างผลิตแบบ OEM เปิดเผยว่า การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ถือเป็นการเพิ่มมาตรฐานในการผลิตและการจัดจำหน่าย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของบริษัทฯ โดย NV จะนำเงินไปลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ เพื่อขยายและรองรับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต, การขยายช่องทางการจำหน่ายทางโทรศัพท์, การปรับปรุงโรงงานเดิมเพื่อผลิตสินค้าประเภทสมุนไพรและโรงงานสกัด, การขยายธุรกิจ OEM และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสร้างการเติบโตและผลกำไรอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 แนวโน้มความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด บริษัทฯได้เร่งเดินหน้าขยายธุรกิจ OEM เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตของธุรกิจนี้ โดยพันธมิตร 3 รายแรก ที่บริษัทฯจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ของพันธมิตรเอง ประกอบด้วย

    1. บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายอภิสิทธิ์ อ่อนนวล ผู้จัดการฝ่ายจัดหาและจัดซื้อแบรนด์ฟรายเดย์ แบรนด์ ฟรายเดย์
    2. บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดย นายณวัตน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    3. บริษัท ออร่า เชพ จำกัด โดย นางสาวบุญญาวัลย์ พงษ์สุวรรณ หรือ ส้มเช้ง สามช่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

    ทั้งนี้ บริษัทฯ รับหน้าที่ในการคิดค้นสูตรและเป็นผู้ผลิตสินค้าใหม่ภายใต้แบรนด์ของพันธมิตรเอง ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆนี้ รวมถึงเตรียมจับมือพันธมิตรใหม่ขยายธุรกิจเพิ่ม โดยตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มาจาก OEM ประมาณ 5% จากรายได้ทั้งหมดของบริษัทฯ

    “พันธมิตรทั้ง 3 ราย นับว่ามีความโดดเด่นและสร้างความแตกต่างในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย ขณะที่ความร่วมมือกันในครั้งนี้ นับว่าเป็นการต่อยอดศักยภาพและสร้างการเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในระยะยาวได้อย่างชัดเจน โดยมั่นใจ บริษัทฯจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตในธุรกิจ OEM ได้อย่างต่อเนื่อง” นายนวพล กล่าว

    นายนวพล กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2565 บริษัทมีแผนลงทุนขยายโรงงาน-คลังสินค้าแห่งใหม่ พร้อมปรับปรุงโรงงานเดิมเพื่อผลิตสินค้าประเภทสมุนไพรและโรงงานสกัด เพื่อจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเร็วๆนี้ บริษัทฯก็ได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริม จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน BOI ในการผลิตสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ หรือการผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติที่ต่อเนื่องในโครงการเดียวกัน และกิจการผลิตอาหารทางการแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สารสกัดรูปแบบผง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งนี้ การได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริม BOI ดังกล่าว จะทำให้บริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีอากรด้วย

    พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะกลับมารุกตลาดผลิตภัณฑ์ถั่งเช่าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการขยายช่องทางการจำหน่ายทางโทรศัพท์ (Telesales) โดยอยู่ระหว่างการสร้างสำนักงานแห่งใหม่ ในย่านบางขุนเทียน รองรับการขยายงาน Telesales ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปี 2565 เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศและขยายตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้เติบโตยิ่งขึ้น หวังดันรายได้ปี 2565 เติบโตอยู่ที่ 15-20% นับเป็นแผนงานเชิงรุกในธุรกิจ เพื่อสานพันธกิจบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป